Category: ภูมิศาสตร์เอเชียตะวันออก


 

1. ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ลมที่พัดผ่านเกิดจากศูนย์กลางความกดดันอากาศสูงที่ไซบีเรีย ลมที่พัดผ่านมีคุณสมบัติและทิศทางแตกต่างกัน ดังนี้ ลมตะวันออกเฉียงเหนือคุณสมบัติเป็นลมหนาวเย็นเมื่อพัดผ่านแผ่นดินทางตอนเหนือของจีน เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ จึงเป็นลมเย็นและแห้งแล้ง ลมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณสมบัติเป็นลมหนาวเย็น เมื่อพัดผ่านประเทศมองโกเลีย และดินแดนตอนในของจีนจึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวหนาวเย็นและแห้งแล้ง
2. ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม อุณหภูมิของอากาศอุ่นขึ้น จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ
3. ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม แผ่นดินบริเวณทะเลทรายธาร์ในอินเดียเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้ลมเคลื่อนที่ผ่านญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ รวมทั้งไต้หวัน จึงทำให้ระยะนี้มีฝนตกชุกโดยทั่วไป ส่วนมองโกเลียมีฝนบ้างเล็กน้อย หรือไม่มีฝนเลย เนื่องจากความห่างไกลจากทะเล
4. ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่ปริมาณฝนเริ่มลดลงจากลมตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณดินแดนที่ตั้งอยู่เหนือเส้นขนานที่ 30 จะเริ่มหนาวเย็น ต้นไม้เริ่มทิ้งใบ เรียกว่า ฤดูใบไม้ร่วงปรากฎมากในภาคเหนือของจีน

ลักษณะภูมิประเทศ
1. ที่ลาบสูงมองโกเลีย อยู่ทางทิศเหนือของภูมิภาคเป็นที่ราบสูงหินเก่าที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินใหม่ ทิวเขาที่สำคัญ คือ ทิวเขาอันไต ทิวเขาเทียนซาน ทิวเขาหนานซาน


2. ที่ราบสูงทิเบต อยู่ทางทิศใต้ของภูมิภาคเป็นที่ราบสูงหินใหม่ที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินใหม่ได้แก่ ทิวเขาคุนหลุนซาน ทิวเขาโกราโกรัม ทิวเขาหิมาลัย

3. แอ่งทาริม เป็นแอ่งที่ราบที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเทียซานทิวเขาทาราโครัม ที่ราบสูงคุนลุน

4. ทิวเขาและที่สูง สภาพทั่วไปเป็นเขาและทิวเขาหินใหม่ที่มีอายุทางธรณีวิทยาในยุคเทอร์เชียรรี จึงยังคงพบปรากฎการณ์ของแผ่นดินไหวในบริเวณดังกล่าว
5. ที่ราบลุ่มน้ำ เอเชียตะวันออกมีที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ลำน้ำไหลลงมหาสมุทรแปซิฟิก
6. เกาะและหมู่เกาะ เอเชียตะวันออกมีหมู่เกาะที่สำคัญชื่อเกาะไหหลำ

7. คาบสมุทรเกาหลี อยู่ระหว่างทะเลเหลืองกับทะเลญี่ปุ่น

                    

 

ทำเลที่ตั้ง
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกตั้งอยู่ระหว่างละติจูดที่ 18-54 องศาเหนือที่ชายแดนจีนกับรัสเซีย บริเวณแม่น้ำอามูร์ และระหว่างลองติจูดที่ 74-145 องศาตะวันออกที่หมู่เกาะคูริลประเทศญี่ปุ่น โดยมีอาณาเขตดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับดินแดนของสหพันธรัฐรัสเซีย
ทิศตะวันออก จดมหาสมุทรแปซิฟิก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเอเชียกลาง
ทิศใต้ ติดต่อกับภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                     

                 สาธรณรัฐประชาชนจีน                                                                              สาธารณรัฐเกาหลี        



                        

                             มองโกเลีย                                                                                             ญี่ปุ่น

                           

                   ไต้หว้น                                                                      สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี  

ลักษณะทางด้านประชากร สังคม วัฒนธรรม
เอเชียตะวันออกมีประชากรรวมมากที่สุดในทวีปเอเชียและภูมิภาคอื่นๆของโลก คือมีจำนวนถึง 1531 ล้านคน โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนมีประชากรมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 85 ของประชากรในภูมิภาค รองลงมาคือญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เกาหลีเหนือ และมองโกเลียมีประชากรน้อยที่สุด คือมีเพียง 2.5 ล้านคน ประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดคือ ไต้หวัน มีประชากร 698 คนต่อ 1 ตารางกิโลเมตร รองลงมาได้แก่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ และจีนโดยมองโกเลียมีประชากรเบาบางที่สุด คือมีเพียง 2คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น สำหรับแหล่งที่มีประชากรหนาแน่นของจีนคือที่ราบดินดอนสามเหลี่ยมปาก แม่น้ำฮวงโห และแยงซี รวมทั้งชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออก นอกจากนี้จะอาศัยอยู่ในเขตเมืองหลวง และย่านอุตสาหกรรม ได้แก่ ปักกิ่ง เทียนจิน ช่างไห่ ของจีน และเมืองโตเกียว และโอซะกะของญี่ปุ่น ทางด้านวัฒนธรรมทุกประเทศล้วนได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมจีนเหมือนๆกัน แต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เช่นการแต่งกาย ภาษาพูด ภาษาเขียน ในปัจจุบันได้เริ่มมีภาษาอังกฤษเข้ามีบทบาท เป็นภาษาที่สองของประเทศ ส่วนในด้านการนับถือศาสนา เนื่องจากเอเชียตะวันออกเป็นประเทศที่มีอารยธรรมและความเป็นมาเกี่ยวกับศาสนามานามกว่าหลายภูมิภาคดังจะพบได้ร้อยละ 80 ของการนับถือศาสนาชองประชากรจะนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งมีลัทธิเต๋า ขงจื้อ รวมเข้าด้วย มีศาสนาคริสต์ไม่เกินร้อยละ 15 และมีอิสลามเพียงร้อยละ 1 ส่วนที่เหลือเป็นความเชื่อและนับถือลัทธิอื่นรวมทั้งความเชื่อตามประเพณีที่นับถือกันมายาวนาน

           พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเป็นภูเขาทะเลทราย และทุ่งหญ้า ดังนั้น พืชพรรณธรรมชาติประเภทป่าไม้จึงมีน้อยมากแต่ในขณะเดียวกันบางพื้นที่ก็มีป่าไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เช่น ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีเหนือและทางใต้ของประเทศจีน อย่างไรก็ตามลักษณะของพืชพรรณธรรมชาติในเอเชียตะวันออกสามารถแบ่งได้เป็นประเภท ดังนี้
1. ป่าผสม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ป่าผสมแบบอบอุ่น จะอยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาค ได้แก่ เขตแมนจูเรียของจีน เกาหลีเหนือ และภาคเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งมีอากาศเย็นและหนาวจัดในฤดูหนาว พืชพรรณธรรมชาติเป็นพวกต้นสนขึ้นสลับกับไม้ผลัดใบอื่นๆ เช่น ต้นโอ๊ก ต้นไพน์ และต้เฟอร์ แต่ถัดลงไปทางใต้ซึ่งมีอากาศค่อนข้างอบอุ่นกว่า ภาคตะวันออกของจีน เกาหลีใต้ ภาคกลางและภาคใต้ของญี่ปุ่น จะมีต้นไผ่ขึ้นแทน


2. ทุ่งหญ้าและเขตอบอุ่น เขตทุ่งหญ้าชองภูมิภาคจะครอบคลุมอาณาบริเวณตั้งแต่ตอนกลางของประเทศจีน มองโกเลีย และที่ราบสูงทิเบต แต่สภาพของทุ่งหญ้าจะเป็นต้นหญ้าสั้นๆใบเรียวเล็ก อยู่กระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ บริเวณที่มีทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ ได้แก่ ทางตะวันออกของมองโกเลีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนแถบเมืองเซิ่นยาง

3. พืชพรรณทะเลทราย อยู่ตอนกลางและตะวันตกของประเทศจีน และตอนล่างของมองโกเลีย ซึ่งเป็นเขตทะเลทรายโกบี พืชพรรณธรรมชาติเป็นพวกไม้หนาม เช่น ต้นกระบองเพชร ไม้พุ่มเตี้ย เป็นต้น และมีทุ่งหญ้าขึ้นแซมบ้างประปราย

 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างได้สัดส่วน กันมีประเทศที่เป็นยักษ์ใหญ่ทางอุตสาหกรรมคือญี่ปุ่น และประเทศอุตสาหกรรมใหม่ได้แก่เกาหลีใต้ และไต้หวันส่วนประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังอยู่ที่ภาคเกษตรกรรมก็คือ จีน เกาหลีเหนือ และมองโกเลีย
ลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้แก่
1.1การ เพาะปลูก พืชอาหารที่สำคัญได้แก่ข้าวเจ้า ปลูกมากบริเวณภาคใต้ที่ลาบลุ่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีน นอกจากนี้ก็ปลูกได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นยกเว้นทางภาคเหนือ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เพราะมีฝนตกชุกและอากาศร้อน ส่วนข้าวสาลีข้าวฟ่าง เกาเหลียงถั่วเหลืองมันฝรั่งมีปลูกมากในเขตแมนจูเรีย เป็นต้น

 

                        ข้าวสาลี

1.2การ เลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ที่ทำกันมากในภูมิภาคตะวันออก ได้แก่การเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อนไปตามบริเวณทุ่งหญ้าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ สัตว์ที่เลี้ยงมากได้แก่โค ม้า แกะ แพะ ลา จามาลี อูฐ สามารถใช้ประโยนช์จากสัตว์ได้แก่ใช้เนื้อนมเป็นอาหาร

                               การเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน

2.การประมง

เป็นอาชีพที่สำคัญของชาวเอเชียตะวันออกมาตั้งแต่โบราณ ทั้งนี้มีการทำประมงน้ำจืด คือ การเลี้ยงปลาในบริเวณแหล่งน้ำชลประทานกันอย่างแพร่หลาย แหล่งประมงน้ำจืดของจีน  ได้แก่ ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงตอนล่าง และทางตะวันออกเฉียงใต้บริเวณมณฑลฟูเกี้ยน และกวางตุ้ง ซึ่งมีแหล่งน้ำลำธาร หนอง บึง และทะเลสาบอยู่มากมาย นอกจากนี้ ก็มีการเลี้ยงปลาน้ำจืด กันอย่างประปราย ทั้งในเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน    สำหรับการทำประมงน้ำเค็ม ทุกประเทศในภูมิภาค (ยกเว้นประเทศมองโกเลีย) เป็นแหล่งประมงน้ำเค็มที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นนั้นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการทำประมงมากที่สุดในโลก โดยเรือการประมงของญี่ปุ่นนอกจากจะทำการจับปลาในเขตน่านน้ำของตนแล้ว ยังแล่นเรือออกไปจับปลาในเขตน่านน้ำสากล และลงทุนทำประมงกับประเทศอื่นๆไปทั่วโลกอีกด้วย    ทางด้านประเทศจีน ส่วนใหญ่จะเป็นประมงชายฝั่ง เพราะชาวจีนไม่นิยมออกเรือไปจับปลาไกลๆ แหล่งประมงสำคัญ ได้แก่ บริเวณชายฝั่งนับตั้งแต่อ่าวหางโจวทางตอนกลางของประเทศ

3. การป่าไม้

 เป็นอาชีพที่ไม่มีความสำคัญมากนักต่อภูมิภาคนี้ เกี่ยวกับไม้สน และไม้ไผ่ที่ปลูกเอง ส่วนประเทศจีนการทำป่าไม้จะมีอยู่บ้างในเขตบางจูเรียและมลฑลเสฉวน ปัจจุบันนี้ในประเทศญี่ปุ่นได้ไปลงทุนทำอุตสาหกรรมป่าไม้นอกประเทศ เช่น ที่เกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

4 การทำอุตสาหกรรม

เนื่องจากสินค้าอุตสาหกรรมของภูมิภาคนี้ถูกส่งออกไปจำหน่ายตีตลาดไปทั่วโลก รวมทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ เช่นกัน

1 ญี่ปุ่น มีการอุตสาหกรรมทั่วทุกจังหวัดของประเทศ เขตอุตสาหกรรม ใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 4 เขต คือ

1. เขตโตเกียว-โยะโกะฮะมะ การผลิตเครื่องโลหะเคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แก้ว กระดาษ การทอผ้า การผลิตอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น

2. เขตโคเบะ-โอซะกะ เช่น การถลุงเหล็ก ถลุงโลหะ ทอผ้า การต่อเรือ นอกจากนี้ ก็มีการผลิตเครื่องโลหะ เครื่องเหล็ก เครื่องไม้ การผลิตถ้วยชามและอุปกรณ์ไฟฟ้า

3. เขตนะโงะยะ  การผลิตกระดาษ ผลิตน้ำมันพืช เครื่องถ้วยชาม เคมีภัณฑ์ และยังมีอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบิน เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลิตรถยนต์

4. เขตคีวชูตอนเหนือ เป็นเขตอุตสาหกรรมหนักของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมเครื่องจักร ปูนซีเมนต์ การต่อเรือ เคมีภัณฑ์ และปิโตเคมี

2 จีนเป็นประเทศที่มีวัตถุดิบมาก และในปัจจุบันเทคโนโลยีในการผลิตทันสมัย จึงทำให้อุตสาหกรรมของจีนเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยจีนสามารถผลิตผ้าฝ้ายได้มากที่สุดในโลก โรงงานอุตสาหกรรมหนักของจีนส่วนใหญ่ จะตั้งอยู่เขตแมนจูเรียและเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง เทียนสิน เซี่ยงไฮ้ จุงกิง เป็นต้น

3 เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมได้เจริญรวดเร็วจนกลายเป็นผู้ส่งออก อันดับ 2 ของเอเชียรองจากญี่ปุ่น อุตสาหกรรมที่สำคัญของเกาหลีใต้ ได้แก่ การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ รถยนต์ การต่อเรือ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ปูนซีเมนต์ เครื่องเหล็ก อุปการณ์โทรคมนาคม และเครื่องจักรต่างๆ

4 ไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีทรัพยากรณ์ธรรมชาติที่ไม่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้นอุตสาหกรรมของไต้หวันจึงเป็นอุตสหกรรมเบาและการแปลรูปผลิตภัณฑ์ทาง การเกษตร เช่น การผลิตอาหารสำเร็จรูป การทำอาหารกระป๋อง นอกจากนี้มีการผลิตอุปการณ์ไฟฟ้า เครื่องจักร เครื่องคอมพิวเตอร์ แผงวงจารอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ของเล่นสำหรับเด็ก

5. พานิชยกรรม

กรุงโตเกียว (ญี่ปุ่น) และฮ่องกงของจีนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของการค้าที่สำคัญที่สุดอีกแห่ง หนึ่งของโลก ในขณะที่ไทเป (ไต้หวัน) โซล (เกาหลีใต้) สินค้าที่สำคัญของภาคนี้คือ สินค้าอุตสาหกรรมชนิดต่างๆ ที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน และในขณะที่สินค้าเข้า จะเป็นพวกวัตถุดิบต่างๆและอาหาร



ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.